ข้ามไปยังเนื้อหา
2 October 2026
TH|THAI EDITION
search
Business Community Luxury Logo
thaicommunityธุรกิจ & เศรษฐกิจรอบโลก
ข่าวด่วน BREAKING
ติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์ล่าสุดจาก Business Community

ประชุม Fed กันยายน 2569 คืนนี้ ตลาดจับตาขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สะเทือนค่าเงินและตลาดพันธบัตรเอเชีย

October 1, 2026 ·
ประชุม Fed กันยายน 2569 คืนนี้ ตลาดจับตาขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สะเทือนค่าเงินและตลาดพันธบัตรเอเชีย

บทความตัวอย่างจากแบบเว็บไซต์ ข้อมูลและตัวเลขใช้สาธิตการออกแบบ

checklist
ประเด็นสำคัญสรุป 4 ข้อ (Key Takeaways)

EXECUTIVE BRIEF

  • 1
    มติขึ้นดอกเบี้ยสู่ 5.50 – 5.75%: ตลาดพันธบัตรสะท้อนโอกาสเกิน 78% ที่เฟดจะขยับขึ้นอีก 25 bps เพื่อสกัดแรงส่งเงินเฟ้อภาคบริการสหรัฐฯ
  • 2
    Dot Plot ใหม่บ่งชี้ Higher-for-Longer: คาดการณ์การคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานข้ามปี 2570 ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินทั่วโลกยังตึงตัว
  • 3
    แรงสะเทือนตลาดเอเชียและ SET: เงินบาทอ่อนค่าทดสอบ 33.30-33.50 บาท/ดอลลาร์ ต่างชาติปรับพอร์ตถือครองตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อลดความเสี่ยง
  • 4
    สัญญาณถ้อยแถลงประธานเฟด: จับตาการสื่อสารของ Jerome Powell เกี่ยวกับภาวะตลาดแรงงานและสมดุลการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Soft Landing Scenario)

คืนนี้เวลา 01:00 น. ตามเวลาประเทศไทย คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) จะประกาศมติอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น โดยตลาดเงินวอลล์สตรีทต่างประเมินในทิศทางเดียวกันว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% แตะกรอบ 5.50% – 5.75% ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดใหม่อีกครั้งในรอบกว่าสองทศวรรษ

แม้ว่าตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ประจำเดือนสิงหาคมจะสะท้อนการชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่ราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความตึงเครียดด้านอุปทานน้ำมันดิบในตะวันออกกลาง ได้กลายมาเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ที่คอยกดดันไม่ให้เงินเฟ้อทั่วไปร่วงลงสู่เป้าหมายระยะยาวที่ 2.0% ตามที่เฟดมุ่งหวัง ส่งผลให้นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก เช่น Goldman Sachs และ Morgan Stanley ปรับสมมติฐานการลดดอกเบี้ยออกไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2570

format_quote

“การตัดสินใจของเฟดในรอบนี้จะไม่ใช่แค่เรื่องอัตราดอกเบี้ย แต่คือการส่งสัญญาณต่อสภาพคล่องโลกในไตรมาสสุดท้าย และการกำหนดชะตากรรมของตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคอาเซียน”


— สรวิชญ์ เมธาธรนันท์, หัวหน้านักกลยุทธ์มหภาค เอเชียแปซิฟิก

สำหรับตลาดทุนไทย ดัชนี SET เผชิญกับแรงขายสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มูลค่าการซื้อขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากนักลงทุนสถาบันต่างเลือกที่จะชะลอการเข้าลงทุนเพื่อรอความชัดเจนจากการประชุมครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับทบทวนตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐกิจ (Summary of Economic Projections – SEP) และกราฟคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในอนาคต หรือ ‘Dot Plot’

ตารางเปรียบเทียบคาดการณ์ Dot Plot 2026-2027

สำรวจความเห็นล่าสุดจากคณะกรรมการ FOMC เทียบกับผลสำรวจตลาด Bloomberg Consensus

analytics

ช่วงเวลาคาดการณ์เดิม (มิ.ย. 69)คาดการณ์ใหม่ (ก.ย. 69)ส่วนต่าง (bps)แนวโน้มผลกระทบ
สิ้นปี 2569 (End-2026)5.25% – 5.50%5.50% – 5.75%+25ตลาดพันธบัตรเผชิญแรงเทขายต่อเนื่อง
กลางปี 2570 (Mid-2027)4.75% – 5.00%5.25% – 5.50%+50การฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยงล่าช้ากว่าเดิม
สิ้นปี 2570 (End-2027)4.00% – 4.25%4.50% – 4.75%+50สภาพคล่องระดับโลกเริ่มกลับสู่ภาวะสมดุล
ที่มา: Federal Reserve Board, Economic Analysis Group Compilation
อัปเดตข้อมูล ณ เวลา 17:00 น.

ผลกระทบทางอ้อมต่อโครงสร้างหนี้และค่าเงินในเอเชีย

ส่วนต่างของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (US 10-Year Treasury Yield) ซึ่งขยับตัวขึ้นทะลุ 4.65% ได้สร้างแรงผลักดันให้เงินทุนไหลกลับเข้าไปยังสินทรัพย์สกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ธนาคารกลางในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงตกอยู่ในภาวะที่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศกับการดูแลเสถียรภาพค่าเงิน

“หากดอลลาร์ยังแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ธปท. อาจจำเป็นต้องใช้เครื่องมือบริหารจัดการทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ หรือพิจารณาการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับปัจจุบันเพื่อมิให้ช่องว่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ถ่างกว้างไปมากกว่านี้” ณัฐนิธิ ภัทรเดชากุล ระบุในรายงานสรุปบทวิเคราะห์ประจำวัน