ประชุม Fed กันยายน 2569 คืนนี้ ตลาดจับตาขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สะเทือนค่าเงินและตลาดพันธบัตรเอเชีย

บทความตัวอย่างจากแบบเว็บไซต์ ข้อมูลและตัวเลขใช้สาธิตการออกแบบ
ประเด็นสำคัญสรุป 4 ข้อ (Key Takeaways)
EXECUTIVE BRIEF
-
1
มติขึ้นดอกเบี้ยสู่ 5.50 – 5.75%: ตลาดพันธบัตรสะท้อนโอกาสเกิน 78% ที่เฟดจะขยับขึ้นอีก 25 bps เพื่อสกัดแรงส่งเงินเฟ้อภาคบริการสหรัฐฯ -
2
Dot Plot ใหม่บ่งชี้ Higher-for-Longer: คาดการณ์การคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานข้ามปี 2570 ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินทั่วโลกยังตึงตัว -
3
แรงสะเทือนตลาดเอเชียและ SET: เงินบาทอ่อนค่าทดสอบ 33.30-33.50 บาท/ดอลลาร์ ต่างชาติปรับพอร์ตถือครองตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อลดความเสี่ยง -
4
สัญญาณถ้อยแถลงประธานเฟด: จับตาการสื่อสารของ Jerome Powell เกี่ยวกับภาวะตลาดแรงงานและสมดุลการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Soft Landing Scenario)
คืนนี้เวลา 01:00 น. ตามเวลาประเทศไทย คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) จะประกาศมติอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น โดยตลาดเงินวอลล์สตรีทต่างประเมินในทิศทางเดียวกันว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% แตะกรอบ 5.50% – 5.75% ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดใหม่อีกครั้งในรอบกว่าสองทศวรรษ
แม้ว่าตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ประจำเดือนสิงหาคมจะสะท้อนการชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่ราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความตึงเครียดด้านอุปทานน้ำมันดิบในตะวันออกกลาง ได้กลายมาเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ที่คอยกดดันไม่ให้เงินเฟ้อทั่วไปร่วงลงสู่เป้าหมายระยะยาวที่ 2.0% ตามที่เฟดมุ่งหวัง ส่งผลให้นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก เช่น Goldman Sachs และ Morgan Stanley ปรับสมมติฐานการลดดอกเบี้ยออกไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2570
“การตัดสินใจของเฟดในรอบนี้จะไม่ใช่แค่เรื่องอัตราดอกเบี้ย แต่คือการส่งสัญญาณต่อสภาพคล่องโลกในไตรมาสสุดท้าย และการกำหนดชะตากรรมของตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคอาเซียน”
— สรวิชญ์ เมธาธรนันท์, หัวหน้านักกลยุทธ์มหภาค เอเชียแปซิฟิก
สำหรับตลาดทุนไทย ดัชนี SET เผชิญกับแรงขายสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มูลค่าการซื้อขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากนักลงทุนสถาบันต่างเลือกที่จะชะลอการเข้าลงทุนเพื่อรอความชัดเจนจากการประชุมครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับทบทวนตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐกิจ (Summary of Economic Projections – SEP) และกราฟคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในอนาคต หรือ ‘Dot Plot’
ตารางเปรียบเทียบคาดการณ์ Dot Plot 2026-2027
สำรวจความเห็นล่าสุดจากคณะกรรมการ FOMC เทียบกับผลสำรวจตลาด Bloomberg Consensus
analytics
| ช่วงเวลา | คาดการณ์เดิม (มิ.ย. 69) | คาดการณ์ใหม่ (ก.ย. 69) | ส่วนต่าง (bps) | แนวโน้มผลกระทบ |
|---|---|---|---|---|
| สิ้นปี 2569 (End-2026) | 5.25% – 5.50% | 5.50% – 5.75% | +25 | ตลาดพันธบัตรเผชิญแรงเทขายต่อเนื่อง |
| กลางปี 2570 (Mid-2027) | 4.75% – 5.00% | 5.25% – 5.50% | +50 | การฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยงล่าช้ากว่าเดิม |
| สิ้นปี 2570 (End-2027) | 4.00% – 4.25% | 4.50% – 4.75% | +50 | สภาพคล่องระดับโลกเริ่มกลับสู่ภาวะสมดุล |
อัปเดตข้อมูล ณ เวลา 17:00 น.
ผลกระทบทางอ้อมต่อโครงสร้างหนี้และค่าเงินในเอเชีย
ส่วนต่างของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (US 10-Year Treasury Yield) ซึ่งขยับตัวขึ้นทะลุ 4.65% ได้สร้างแรงผลักดันให้เงินทุนไหลกลับเข้าไปยังสินทรัพย์สกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ธนาคารกลางในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงตกอยู่ในภาวะที่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศกับการดูแลเสถียรภาพค่าเงิน
“หากดอลลาร์ยังแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ธปท. อาจจำเป็นต้องใช้เครื่องมือบริหารจัดการทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ หรือพิจารณาการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับปัจจุบันเพื่อมิให้ช่องว่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ถ่างกว้างไปมากกว่านี้” ณัฐนิธิ ภัทรเดชากุล ระบุในรายงานสรุปบทวิเคราะห์ประจำวัน
